วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ดงเมืองเตย ภูมิลำเนาแห่งมเหนทรวรมัน



ภาคภูมิ น้อยวัฒน์...เรื่องและภาพ
ตีพิมพ์ครั้งแรกในอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒


  “ดงเมืองเตย” คือชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานซากเมืองโบราณแห่งหนึ่งในตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนภายในบริเวณมีต้นเตยขึ้นอยู่โดยรอบ

 จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบร่องรอยให้สืบค้นย้อนหลังไปได้ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อ ๒,๕๐๐-๑,๖๐๐ ปีมาแล้ว ชุมชนแห่งนี้ก่อตัวขึ้นในที่ราบลุ่มแม่น้ำชี ห่างจากลำน้ำชีไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๖ กิโลเมตร ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ผลิตเครื่องปั้นดินเผา และถลุงเหล็ก มีประเพณีการฝังศพแบบนอนหงายเหยียดยาว รวมทั้งการฝังศพครั้งที่สอง 

 โครงกระดูกที่ขุดพบในหลุมขุดค้น

เมื่อเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ได้รับวัฒนธรรมแบบทวารวดี ดังปรากฏหลักฐานการสร้างเป็นบ้านเมืองขึ้น เป็นเนินดินรูปวงรีมีคูน้ำคันดินล้อมรอบชั้นเดียว ขนาดประมาณ ๖๕๐x๓๖๐ เมตร   โดยเริ่มแรกนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูไศวนิกาย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนาในราวช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕  และรับอิทธิพลอารยธรรมขอมในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ก่อนจะถูกทิ้งให้เป็นเมืองร้างไปในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๗   
            
        เมืองโบราณแห่งนี้แม้จะเก่าแก่ แต่อาจจะเป็นเพียงซากเมืองเก่าเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น หากไม่พบหลักฐานจารึกหินทรายสีแดงอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ภายในเมืองแห่งนี้ ที่มีเนื้อความโดยสรุปกล่าวถึงการสร้างเทวสถานถวายแด่พระอิศวร โดยพระนางศรีมานุญชลีบุตรีคนที่ ๑๒ ของพระศรีมานประวรเสนะ ผู้เป็นใหญ่ในเมืองศังขปุระ 

 
 วงกบประตูหินทรายสีแดงที่มีจารึกปรากฏอยู่


ข้อความสั้น ๆ เพียงเท่านี้ ทว่ากลับทำให้ดงเมืองเตยกลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที เพราะนอกจากจะบ่งบอกชื่อเมืองที่แท้จริงว่าคือเมือง “ศังขปุระ” แล้ว ข้อความซึ่งเอ่ยถึง “พระศรีมานประวรเสนะ” ผู้เป็นใหญ่ในเมืองนี้ เป็นกุญแจสำคัญที่บ่งบอกว่าบริเวณดงเมืองเตยคือภูมิลำเนาถิ่นกำเนิดของตระกูล “เสนะ”

 บุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของตระกูล “เสนะ” นี้ คือ “เจ้าชายจิตรเสน” ที่ต่อมาทรงได้ขึ้นครองอาณาจักรเจนละพระนามว่า “พระเจ้ามเหนทรวรมัน” เป็นกษัตริย์ผู้ทรงเรืองอำนาจมาก พบหลักฐานศิลาจารึกประกาศการแผ่ขยายอำนาจของพระองค์อยู่อย่างมากมายในดินแดนภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ภาคเหนือของประเทศกัมพูชาปัจจุบัน  และพบมากที่สุดบริเวณลุ่มแม่น้ำมูลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และอาณาจักรเจนละของพระเจ้ามเหนทรวรมันถือเป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรขอมโบราณอันยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

 ซากเทวาลัยส่วนฐานที่พบในดงเมืองเตย

ภายในบริเวณดงเมืองเตยในปัจจุบันยังคงร่มรื่นด้วยแมกไม้ แม้จะไม่ได้มีโบราณสถานใหญ่โต แต่ก็มีโบราณสถานโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่มีความสวยงามแปลกตาน่าเยี่ยมชมอยู่ โดยด้านทิศเหนือของเมืองเป็นซากเทวาลัยในลัทธิไศวนิกาย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ก่อด้วยอิฐแนบชิดกันไม่สอปูน ในรูปผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขยื่นออกมาทางด้านหน้า มีบันไดเป็นรูปอัฒจันทร์อันถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมดงเมืองเตย

ภายในศาลาโถงใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ดงเมืองเตย ด้านนอกจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้จากภายในบริเวณเมืองโบราณดงเมืองเตย ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหินทรายสีแดงจำหลักลวดลายดอกไม้ ใบเสมาหินทรายแดง วงกบกรอบประตูหินทรายสีแดงที่มีจารึกสำคัญ ๔ บรรทัด





ด้านในมุมหนึ่งจัดแสดงโครงกระดูกจากหลุมขุดค้น ถัดไปจัดทำเป็นนิทรรศการให้ข้อมูลประวัติความเป็นมาและรายละเอียดเกี่ยวกับเมืองโบราณดงเมืองเตย พร้อมทั้งจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอันได้แก่ชิ้นส่วนประดับอาคารรูปกุฑุที่ภายในสลักใบหน้าบุคคล  กุฑุขนาดเล็กภายในสลักใบหน้าบุคคลสตรี ทั้งสองชิ้นเป็นศิลปกรรมทวารวดี อิทธิพลอินเดียสมัยคุปตะ-หลังคุปตะ  และประติมากรรมสิงห์สลักจากหินทรายสีขาว ศิลปะกรรมขอมสมัยแปรรูป อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕  สภาพสมบูรณ์  และชิ้นส่วนข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณที่ขุดพบอีกเป็นจำนวนมาก

ปรตูทางเข้าหลุมขุดค้นทางโบราณคดี

คู่มือนักเดินทาง เมืองโบราณดงเมืองเตย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของบ้านดงเมืองเตย ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) มาทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๐๘๓  เลี้ยวขวาตรงไปตามทางเข้าหมู่บ้านสงเปือย ระยะทางประมาณ ๔.๗ กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านเลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปตามถนนในหมู่บ้านอีก ๕๕๐ เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปตามทางอีก ๖๕๐ เมตร ถึงแหล่งโบราณคดีดงเมืองเตย




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น